ก๊าซกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย

admin, 28 February 2015, Comments Off on ก๊าซกับการพัฒนาอุตสาหกรรมไทย
Categories: เพิ่มโอกาสทางธุรกิจ
Tags:

ข้อถกเถียงประเด็นพลังงานธรรมชาติของประเทศ ไม่ว่าจะเป็นก๊าซหรือน้ำมัน มีความสับสนและบิดเบือนข้อมูลอันเกิดจากเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์และความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ในที่สุดแล้วจะทำให้เกิดผลกระทบต่อเศรษฐกิจและความมั่นคงของประเทศในอนาคตอย่างรุนแรง

กระทั่ง อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ซึ่งนำมาใช้เป็นวัตถุดิบสำคัญที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของมนุษย์ ตั้งแต่ ยารักษาโรค อุปกรณ์ เทคโนโลยี ยานยนต์ เครื่องบิน ถ้วย ชาม กะละมัง แก้วน้ำ รองเท้า เสื้อผ้า ยาสีฟัน สีทาบ้าน ยางเทียม เส้นใยสังเคราะห์ ไม้จิ้มฟันยัน เรือรบ ล้วนแต่ต้องอาศัยวัตถุดิบจาก อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทั้งสิ้น

และอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเหล่านี้ ก็คือส่วนหนึ่งของผลผลิตจาก ก๊าซและน้ำมัน โดยการคัดแยกและนำมาผสมกับสารเคมี เพื่อนำไปใช้กับอุตสาหกรรมประเภทต่างๆดังกล่าว แรกเริ่มเดิมทีเราต้องนำเข้าเม็ดพลาสติกที่นำมาใช้ในการผลิตในอุตสาหกรรมเกือบทุกอุตสาหกรรม บริษัท ยูโนแคล ผู้สำรวจและผลิตปิโตรเลียมในขณะนั้น ซึ่งต่อมาขายกิจการให้กับ เชฟรอน บริษัทที่ได้รับสัมปทานสำรวจและผลิตน้ำมันในอ่าวไทย สำรวจพบก๊าซในอ่าวไทย เมื่อปี 2514 ซึ่งเป็นปีทองของประเทศไทย ยุคโชติช่วงชัชวาลย์ มีการ วางแผนที่จะสร้างโรงแยกก๊าซขึ้นมาต่อยอดด้วยอุตสาหกรรมปิโตรเคมีเพื่อลดการนำเข้าวัตถุดิบที่จะใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม

จนกระทั่งปี 2528 สมัยรัฐบาล พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ได้มอบให้ การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทยหรือ ปตท.ลงทุน สร้างโรงแยกก๊าซขึ้นมาที่ จ.ระยอง ตั้งโรงงานปิโตรเคมีต้นน้ำ ร่วมกับภาคเอกชน ภายใต้ชื่อ บริษัท ปิโตรเคมีแห่งชาติ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่จะนำก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ปรากฏว่า ก๊าซที่พบในอ่าวไทยเป็นชนิดเปียก มีสารไฮโดรคาร์บอน ที่เหมาะใช้งานในโรงงานปิโตรเคมี เป็นโชคสองชั้นของ
คนไทย ก๊าซที่แยกออกมามีคุณภาพที่จะนำไปใช้ทั้งโรงผลิตไฟฟ้าและอุตสาหกรรม รวมทั้งการใช้งานภาคครัวเรือนและการขนส่งสร้างรายได้ให้กับประเทศไทยประมาณ 1.3 แสนล้านบาทต่อปี เกิดการจ้างงานในภาคอุตสาหกรรมต่างๆราว 2.3 แสนคน เพิ่มมูลค่าสินค้าภาคอุตสาหกรรมคิดเป็นมูลค่า 8-9 แสนล้านบาท ต่อเนื่องมาเป็นเวลากว่า 20 ปี ลดการนำเข้าวัตถุดิบในภาคอุตสาหกรรมอีกเป็นจำนวนไม่น้อย

วันนี้ ที่สังคมเกิดข้อขัดแย้งถกเถียงถึง การปฏิรูปพลังงานของประเทศ โดยขาดความรู้ความเข้าใจ ไม่ได้ ยึดหลักการใช้พลังงานธรรมชาติของประเทศให้เกิดประโยชน์สูงสุด ต้องการของดี ของถูกอย่างเดียว แล้วในอนาคตจะเป็นอย่างไร เพราะพลังงานมีจำกัด ใช้แล้วหมดไป

การใช้พลังงานอย่างฟุ่มเฟือย สูญเปล่า คือการทำร้ายอนาคตของลูกหลานอย่างไม่รู้ตัว จึงต้องจำเป็นต้องจัดสรรทรัพยากรพลังงานธรรมชาติของเราให้สมดุล ไม่ใช่คิดแค่ว่า ปตท.จะได้ประโยชน์ จะต้อง ใช้ของถูกของฟรี

Comments

You must be logged in to post a comment.

Leave a Reply:

Name *

Mail (hidden) *

Website